





![]() | วันนี้ | 186 |
![]() | เมื่อวานนี้ | 218 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 613 |
![]() | สัปดาห์ที่แล้ว | 1527 |
![]() | เดือนนี้ | 1272 |
![]() | เดือนที่แล้ว | 6835 |
![]() | รวมทั้งสิ้น | 88822 |
ไอพีของท่านคือ : 38.107.191.113
,
วันนี้: ก.ย. 06, 2553
คำถาม-คำตอบ
คำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545
1. ถ้าผู้ประกอบกิจการมีลูกจ้างถึง 100 คน ขึ้นไปและมาขึ้นทะเบียนกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานแล้ว แต่ต่อมาภายหลังมีลูกจ้างไม่ถึง 100 คน จะต้องอยู่ในข่ายการส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือไม่
ตอบ ต้องอยู่ในข่ายการส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานต่อไป แม้ภายหลังมีลูกจ้างไม่ถึง 100 คน
2. ผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องเสียภาษี แต่มีการประกอบธุรกิจด้วย เช่น ผู้ประกอบกิจการที่เข้าระบบ BOI เป็นต้น ถ้ามี ลูกจ้างถึง 100 คนขึ้นไป ต้องเข้าข่ายส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือไม่
ตอบ พ.ร.บ.ส่งเสริมฯ 45 ไม่ใช้บังคับแก่กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การของรัฐ ผู้ประกอบกิจการเหล่านั้น ดังนั้นผู้ประกอบกิจการเหล่านั้นไม่ใช้หน่วยงานและองค์การของรัฐ ต้องเข้าข่ายการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
3. ทำอย่างไรจึงไม่ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
ตอบ จัดฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ตามหมวด 1 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมฯ 45 (ฝึกเตรียมเข้าทำงาน ฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน ฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ) ให้ได้ 50% ของลูกจ้างทั้งหมดในปีนั้น และส่งหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และ รายการค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงภายใน 60 วัน นับแต่วันเสร็จการฝึกแต่ต้องไม่เกินวันที่ 15 มกราคม ของปีถัดไป ต่อกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อพิจารณาออกหนังสือรับรอง
4. ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้องและรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ ประกาศ ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2551 คำถามดังนี้
4.1 หลักสูตรเกี่ยวกับการดับเพลิง ความปลอดภัยในการทำงาน หรือหลักสูตรต่างที่กฎหมายบังคับต้องจัดให้มีการฝึก นั้นสามารถขอรับรองได้ หรือไม่
ตอบ ขอรับรองได้ ซึ่งตามประกาศฉบับดังกล่าว หลักสูตรนั้นๆไม่เพียงแต่เป็นการฝึกเพื่อให้ลูกจ้างมีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และทัศนคติที่ดีเท่านั้น หลักสูตรนั้นจะต้องมีความ สอดคล้องและเป็นประโยชน์กับกิจการของสถานประกอบกิจการนั้นด้วย
4.2 ถ้าหลักสูตรในช่วงเช้าเป็นการบรรยาย 3 ชั่วโมง โดยผู้รับการฝึก 100 คน วิทยากร 1 คนและช่วงบ่าย เป็นการจัดกิจกรรมกลุ่ม 3 ชั่วโมง ผู้รับการฝึกกลุ่มละ 50 คน วิทยากรประจำกลุ่มๆ ละ 1 คน สามารถของรับรองได้ หรือไม่
ตอบ ขอรับรองได้ เพราะเป็นไปตามเงื่อนไขตาม ข้อ ก (4) ของประกาศฉบับดังกล่าวดังนี้
- กรณีการฝึกอบรมโดยการบรรยาย กลุ่มละไม่เกิน 100 คน
- กรณีฝึกอบรมโดยการจัดกิจกรรมกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 50 ต่อวิทยากร 1 คน
- กรณีการฝึกอบรมทักษะฝีมือซึ่งต้องมีภาคปฏิบัติ กลุ่มละไม่เกิน 25 คนต่อวิทยากร 1 คน
4.3 กรณีระยะเวลาในหลักสูตรนั้นมีจำนวน 12 ชั่วโมง แบ่งเป็น 2 วัน ผู้รับการฝึกอบรมทั้งหมด จำนวน 12 คน มีผู้รับการฝึกอบรมเข้าครบทั้ง 2 วัน จำนวน 10 คน แต่ผู้รับการฝึก จำนวน 2 คน เข้าเพียง 1 วัน ถามว่าจะนำรายชื่อผู้รับการฝึก จำนวน 2 คน ที่เข้าเพียง 1 วัน มายื่นขอรับรองได้หรือไม่
ตอบ ไม่ได้ เพราะประกาศฉบับดังกล่าว กำหนดไว้ว่า ผู้รับการฝึกต้องเข้ารับการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 80 % ระยะเวลาการฝึกอบรมทั้งหลักสูตร
4.4 กรณีฝึกให้แก่ลูกจ้างของตนเป็นการดำเนินการฝึกเอง ในต่างประเทศ หรือฝึกบนเครื่องบินขณะบิน สามารถขอรับรองหลักสูตรและค่าใช้จ่ายกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้หรือไม่
ตอบ สามารถขอรับรองหลักสูตรเพื่อนับจำนวนผู้รับการฝึกในการประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือ แรงงานเท่านั้น แต่ไม่สามารถขอค่าใช้จ่ายเพื่อยกเว้นภาษีได้
4.5 โครงการสหกิจศึกษา ซึ่งเป็นการรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้าทำงาน ช่วงเวลา ประมาณ 4 เดือน สามารถ ยื่นหลักสูตรและค่าใช้จ่ายเพื่อยกเว้นภาษี 200% ต่อกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้หรือไม่ และต้องมีเงื่อนอะไรบ้าง
ตอบ ได้ ซึ่งต้องดำเนินดังต่อไปนี้
1. ยื่นขอรับทราบกรณีรับนักเรียน นิสิตนักศึกษาฯ ก่อนดำเนินการฝึก
2. ต้องเป็นหลักสูตรของสถานศึกษา หรือหลักสูตรของผู้ดำเนินการฝึก หรือหลักสูตรของสถานศึกษากับ ผู้ดำเนินการฝึกร่วมกันจัดทำขึ้น
3. จัดทำสัญญาการฝึกเป็นหนังสือกับผู้รับการฝึก
4. ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้รับการฝึก เช่นจ่ายเบี้ยเลี้ยงไม่ให้แก่ผู้รับการฝึก ตามจำนวนวันฝึกไม่น้อยกว่า 50% ของค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุด ตามกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำที่ใช้อยู่ในขณะนั้น
5. ห้ามเรียกหรือรับเงินค่าฝึก หรือค่าตอบแทนในลักษณะใดๆ อันเกี่ยวกับการฝึกอบรมฝีมือแรงงานจากผู้รับการฝึก
6. ออกหนังสือรับรองแก่ผู้รับการฝึกที่สำเร็จการฝึกภายใน 15 วัน วันแต่วันเสร็จสิ้นการวัดผลแล้วแจ้งให้นายทะเบียนทราบ
กรณีที่ได้รับหนังสือรับทราบจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานแล้ว เมื่อฝึกอบรมเสร็จก็ให้นำหนังสือรับทราบฉบับดังกล่าวและหลักฐานค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกอบรมไม่ขอยกเว้นภาษีกับสรรพากรตาม พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 มาตรา 5 (2)
4.6 กรณีที่ผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างไม่เคยถึง 100 คนเลย สามารถขอยกเว้นภาษีได้หรือไม่
ตอบ ได้ สามารถยื่นขอรับรองหลักสูตรเพื่อขอยกเว้นได้ตามปกติตามหมวด 1 (ฝึกเตรียมเข้าทำงาน ฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน ฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ) แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมฯ 45
4.7 ค่าตอบแทนวิทยากร ข้อ ง (1) ตามประกาศฉบับดังกล่าว รวมถึงการให้ของขวัญวิทยากรหรือไม่
ตอบ สามารถให้ทั้งค่าตอบแทนในรูปแบบของเงิน ของขวัญ หรือให้ทั้ง 2 อย่างก็ได้ โดยไม่ได้จำกัดเพดานค่าใช้จ่ายไว้
4.8 หลักฐานการจ่ายเงินที่ถูกต้องและสามารถใช้ขอยกเว้นภาษีได้มีอะไรบ้าง
ตอบ หลักฐานค่าใช้จ่ายทุกอย่างจะสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อ
- มีชื่อผู้รับเงิน ชื่อผู้จ่ายเงินชัดเจน
- ระบุชัดเจนว่าเป็นค่าใช้จ่ายอะไร และต้องอยู่ในกรอบค่าใช้จ่าย ข้อ ง ตามประกาศฉบับดังกล่าว
- กรณีใบสำคัญรับเงิน และบิลเงินสด ขอให้แนบสำเนาบัตรประชาชนผู้รับเงินมาด้วย
4.9 ค่าซื้อคอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ สามารถนำมาขอยกเว้นภาษี 200% ได้หรือไม่
ตอบ ไม่ได้ เพราะทรัพย์สินที่ลักษณะเป็นการลงทุนที่เกิน 1 ปี ขึ้นไป ถือว่าเข้าข่ายเป็นการลงทุน ซึ่งสามารถ หักค่าเสื่อมราคาได้อยู่แล้ว
4.10 หลักฐานต่างๆ ที่เป็นสำเนา ต้องลงลายมือชื่อสำเนาถูกต้องหรือไม่ ใครบ้างที่สามารถลงลายมือชื่อได้
ตอบ กรณีเป็นสำเนา ขอให้สำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้ได้รับมอบอำนาจตามพ.ร.บ.ส่งเสริมฯ 45
4.11 กรณีที่ส่งลูกจ้างของตนไปรับการฝึกอบรมภายนอก จะต้องขอรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อนำไปขอยกเว้นภาษี 200 % หรือไม่
ตอบ กรณีส่งผู้รับการฝึกไปรับการฝึกอบรมภายนอกต้องเป็นการฝึกอบรมภายในประเทศเท่านั้น กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะรับรองเฉพาะหลักสูตร เพื่อนับจำนวนผู้รับการฝึกในการประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายให้ยื่นต่อสรรพากรตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่รับลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเข้าศึกษาหรือฝึกอบรม ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2548 โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
4.12 กรณีส่งลูกจ้างไปเรียนหรือศึกษาต่อเพื่อได้วุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาตรี ปริญญาโท ปวช. ปวส. เป็นต้น สามารถนำมายื่นขอรับรองหลักสูตรและค่าใช้จ่ายกับทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้หรือไม่
ตอบ การเรียนหรือการศึกษาที่ได้รับวุฒิการศึกษา ไม่สามารถนำมาขอรับรองหลักสูตรกับทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ เพราะไม่ถือเป็นการฝึกอบรมตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมฯ 45 แต่สามารถนำไปขอยกเว้นภาษีได้ 2 เท่า ตาม พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 มาตรา 4 (1)
4.13 กรณีฝึกอบรมร่วมกันของบริษัทในเครือเดียวกันสามารถทำได้หรือไม่
ตอบ ได้ กรณีฝึกร่วมกันของบริษัทในเครือนั้น เมื่อนับจำนวนลูกจ้างแต่ละบริษัทรวมกันทั้งหมดแล้ว กลุ่มหนึ่งๆ ที่ฝึกจำนวนคนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
- กรณีการฝึกอบรมโดยการบรรยาย กลุ่มละไม่เกิน 100 คน
- กรณีฝึกอบรมโดยการจัดกิจกรรมกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 50 ต่อวิทยากร 1 คน
- กรณีการฝึกอบรมทักษะฝีมือซึ่งต้องมีภาคปฏิบัติ กลุ่มละไม่เกิน 25 คนต่อวิทยากร 1 คน
4.14 กรณีฝึกร่วมกันโดยการบรรยายของบริษัทในเครือนั้นมีบริษัทที่ 1 เป็นเจ้าภาพในการจัดฝึกและบริษัทที่ 2และ 3 มาฝึกร่วมด้วย บริษัทละ 30 คน รวมกัน 3 บริษัท จำนวนผู้รับการฝึกทั้งสิ้น 90 คน ซึ่งค่าใช้จ่ายในการฝึกนั้นบริษัทที่ 1 เป็นผู้ออกทั้งหมด 90,000 บาท ถามว่าจะขอรับรองหลักสูตรเป็นฝึกภายในหรือภายนอก และจะขอยกเว้นภาษี ได้ 200% ได้หรือไม่
ตอบ 1. บริษัทที่ 1เป็นเจ้าภาพในการจัดฝึก ต้องเป็นการฝึกภายใน ค่าใช้จ่ายขอยกเว้นได้คำนวณ ดังนี้
ค่าใช้จ่ายในการฝึกทั้งหมด 90,000 บาท ผู้รับการฝึกทั้งหมด 90 คน เฉลี่ยต่อคน = 1,000 บาท
การขอยกเว้นภาษีนั้นได้เฉพาะลูกจ้างของตนเท่านั้น บริษัทที่ 1 มีลูกจ้างของตน 30 คน x 1,000 บาท
บริษัทที่ 1 ขอยกเว้นภาษีได้ 30,000 บาท เท่านั้น
2. บริษัทที่ 2 และ 3 เป็นการฝึกอบรมภายนอก เพราะส่งลูกจ้างตนไปฝึกกับหน่วยฝึกบริษัทที่ 1
ไม่สามารถขอยกเว้นภาษีได้ เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม
3. บริษัทที่ 2 และ 3 เป็นการฝึกอบรมภายนอก เพราะส่งลูกจ้างตนไปฝึกกับหน่วยฝึกบริษัทที่ 1 จะสามารถขอยกเว้นภาษีได้ก็ต่อเมื่อ บริษัทที่ 1 มีวัตถุประสงค์หนึ่งในหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ว่าสามารถจัดฝึกอบรมและออกใบเสร็จรับเงินเป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าลงทะเบียนการฝึกอบรมที่เรียกเก็บจากบริษัทที่ 2 และ 3 ได้
5. การคำนวณสัดส่วนที่ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมประจำปี 2551 ในแบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน (สท 2) มีวิธีการคำนวณอย่างไร
ตอบ กรณีผู้ประกอบกิจการมีลูกจ้างครบ 100 คนขึ้นไป ในปี 2548 ปี 2549 หรือปี 2550 แม้ในปี 2551 จะมี ลูกจ้างไม่ถึง 100 คน ก็ตาม ก็ต้องยื่นประเมินเงินสมทบปี 2551 โดยมีสูตรการคำนวณ ดังนี้
สูตร สัดส่วนที่ต้องฝึกอบรมฝีมือแรงงาน = [(จำนวนลูกจ้าง ณ วันสิ้นเดือนของทุกเดือน ที่เป็นลูกจ้างโดยมีชื่อ ในทะเบียนลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน (นับตั้งแต่ มกราคม ถึง ธันวาคม 2551 รวมกัน) x 12 เดือน] x 50%
กรณีผู้ประกอบกิจการเพิ่งมีลูกจ้างครบ 100 คนขึ้นไประหว่างปี 2551
สูตร สัดส่วนที่ต้องฝึกอบรมฝีมือแรงงาน = [จำนวนลูกจ้าง ณ วันสิ้นเดือนของทุกเดือน ที่เป็นลูกจ้างโดยมีชื่อในทะเบียนลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน (นับตั้งแต่เดือนที่มีลูกจ้างครบ 100 ขึ้นไป ถึง ธันวาคม 2551)รวมกัน x จำนวนเดือน(นับตั้งแต่เดือนที่มีลูกจ้างครบ 100 ขึ้นไป ถึง ธันวาคม 2551)] x 50%
6. ถ้ายื่นแบบแสดงการจ่ายเงินสมทบฯ (สท 2) ประจำปี 2551 พร้อมจ่ายเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน วันที่ 13 มีนาคม ของปีถัดไปจะต้องจ่ายเงินเพิ่มหรือไม่
ตอบ ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพราะสำหรับเศษของเดือนถ้าถึง 15 วัน หรือกว่านั้นให้นับเป็น 1 เดือน ถ้าน้อยกว่านั้นให้ปัดทิ้ง ดังนั้น ถ้าจ่ายเงินสมทบภายในวันที่ 1 ถึงวันที่ 14 มีนาคม ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเนื่องจากเศษไม่ถึง 15 วัน แต่ถ้านำส่งเงินสมทบตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมเป็นต้นไป ให้คิดเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม














